วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

โลมาจะสูญพันธุ์



องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) รายงานว่าการก่อสร้างเขื่อนในลุ่มแม่น้ำโขงระหว่างกัมพูชาและลาว อาจทำให้ปลาโลมาอิรวดีที่เหลืออยู่ 85 ตัวสุดท้ายต้องสูญพันธุ์ไป

ทั้งนี้ การก่อสร้างเขื่อนดอนสะหงโดยบริษัท Mega First Corporation Berhad จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งการก่อสร้างอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการระเบิดทลายหิน จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อการได้ยินของปลาโลมา และก่อให้เกิดอันตรายอย่างถาวรต่อระบบนิเวศ 

และถึงแม้ปลาโลมาอิระวดี อาจไม่ได้รับความบอบช้ำจากเสียงระเบิด แต่คุณภาพของน้ำย่อมต่ำลงด้วยสิ่งปนเปื้อนจากการก่อสร้าง อีกทั้งยังมีการจราจรในแม่น้ำเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยด้วยเช่นเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้น WWF ยังได้กล่าวอีกว่า ไม่เพียงแต่ปลาโลมาอิรวดีที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังรวมถึงผลิตผลการทำประมงน้ำจืด ยังไม่นับถึงชีวิตกว่าอีก 60 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง โดยที่ WWF ได้มีคำร้องให้มีการระงับการก่อสร้างนี้ออกไปก่อน เพื่อการศึกษาและสำรวจถึงวิธีการหรือตัวเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น 
                                                                       


                                                                           http://inhabitat.com/laos-dam-construction-could-drive-the-mekong-river-irrawaddy-dolphins-to-extinction/
          

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สัตว์สายพันธุ์ใหม่ "ตุ๊กเเกบิน" เเละสัตว์อื่นๆ

               ในประเทศไทย ตุ๊กแกบิน (Ptychozoon kaengkrachanense) ถูกค้นพบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าตุ๊กแกลายพรางนี้อาศัยการยืดผิวหนังด้านข้างของลำตัวและบนนิ้วเท้าเพื่อร่อนตัวไปมาตามกิ่งไม้


                อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีการเข้าสำรวจน้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันคือเขตป่าข้ามพรมแดนอันกว้างใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ติดกับพม่า นี่เป็นพื้นที่สำคัญในการค้นคว้าหาสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทยและประเทศพม่า อีกทั้งยังถิ่นที่อยู่ของเสือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่นี่ยืนยันความสำคัญของการพยายามอนุรักษ์ผืนป่าอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เอาไว้

                                                                                                                                                ดร.โทมัส เกรย์ ผู้จัดการของโครงการ WWF สายพันธุ์แม่น้ำโขงกล่าวในกัมพูชา นกกระจิบสายพันธุ์ใหม่ได้ถูกค้นพบกลางกรุงพนมเปญ นกกระจิบกัมพูชา (Orthotomus chaktomuk) นั้นถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2009 ระหว่างการตรวจค้นในช่วงแพร่ระบาดของไข้หวัดนก หลังการตรวจสอบโดยละเอียดทั้งจากขนนก เสียงร้อง และยีน ทำให้ O. chaktomuk หรือนกกระจิบกัมพูชาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการ

              ในเวียดนาม นักวิทยาศาสตร์ค้นพบค้างคาวยักษ์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Griffin’s leaf-nosed Bat (Hipposideros griffini) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ จมูกขนาดใหญ่ที่มันใช้ในการนำทางผ่านการสะท้อนของเสียง
               อีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งถูกค้นพบในเวียดนามคือปลาขนาดเล็กที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phallostethus cuulong ซึ่งตัวของมันโปร่งใสจนมองเห็นอวัยวะภายใน มันมีอวัยวะเพศอยู่ด้านหลังของปากทำให้มันผสมพันธุ์โดยใช้หัวสัมผัสกับหัว
                                                                    
    


               “การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆ เป็นการยืนยันว่าแม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งนึงของโลก” ดร.เกรย์กล่าว “ถ้าเราต้องการที่จะปกป้องสัตว์เหล่านี้ไม่ให้สูญพันธุ์และอยากมีความหวังที่จะมีการค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในอนาคต รัฐบาลต้องลงทุนและผลักดันโครงการอนุรักษ์และปลูกป่า”
หนึ่งในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 21 สายพันธุ์ที่ถูกค้นพบในรายงานคือกบบิน Helen’s Flying Frog (Rhacophorus helenae) ซึ่งถูกค้นพบในป่าอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ไม่ถึง 100 กิโลเมตร เจ้ากบสีเขียวขนาดใหญ่นี้จะร่อนตัวไปมาบนยอดไม้โดยใช้พังผืดที่เป็นครีบบนมือและเท้า พวกมันจะลงมาจากยอดไม้เพื่อผสมพันธุ์ในแหล่งน้ำเท่านั้น กบ Helen’s Flying Frog ถูกค้นพบภายในป่าซึ่งถูกล้อมไปด้วยพื้นที่การเกษตร ย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการรีบเร่งเข้าไปอนุรักษ์รักษาพื้นที่ป่าลุ่มต่ำนี้เอาไว้
“ป่าเขตร้อนลุ่มต่ำเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งถูกบุกรุกมากที่สุดในโลก ด้วยฝีมือของมนุษย์จากการตัดไม้หรือทำลายผืนดิน” ดร.เกรย์กล่าว “กบสายพันธุ์ใหม่นี้เพิ่งจะถูกค้นพบแต่พวกมันก็กำลังอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่นๆ”
รายงาน “แม่โขงอันลี้ลับ” มุ่งเน้นไปยังสัตว์สายพันธุ์ใหม่ 15 ชนิดที่พึ่งถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ จากพืช 290 ชนิด ปลา 24 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 21 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิดและนก 1 ชนิด ทั้งหมดถูกขึ้นทะเบียนและได้รับการยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการในช่วงปี 2555-2556 จากแม่น้ำโขงพื้นที่นี้กินบริเวณอาณาเขตพาดผ่านทั้ง กัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม และตะวันตกเฉียงใต้ของจีนในเขตมณฑลยูนนาน  ตั้งแต่ปี 2540 สายพันธุ์ใหม่กว่า 2,077 ชนิดได้ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ในเขตแม่น้ำโขง
                 
                                                                                                         ที่มา http://news.thaipbs.or.th/envnews

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (Conservation)

          การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (Conservation) หมายถึง การรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ต่อมหาชนมากที่สุด และใช้ได้เป็นระยะเวลานานมากที่สุด ทั้งนี้จะต้องให้มีความสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์น้อยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรนั้นให้คุ้มค่ามากที่สุด หรือเรียกว่าการใช้อย่างยั่งยืน สาเหตุที่ต้องมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะผลสืบเนื่องจากการเพิ่มประชากรและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดการร่อยหรอของทรัพยากรธรรมชาติ อันนำมาซึ่งปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชนทั้งในเขตเมืองบและชนบท 
นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคง และมั่งคั่งของประชาชน ในชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตินั้น จะต้องมีนโยบายในการควบคุมการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด คำนึงถึงผลได้ผลเสียอย่างถี่ถ้วน โดยการพิจารณาตามหลักวิชาการอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกจังหวะและความต้องการของสังคม ทั้งนี้เพราะทรัพยากรธรรมชาติเป็นมรดกอันมหาศาล ที่ธรรมชาติให้ไว้ เพื่อมนุษย์ได้ใช้ในการดำรงชีวิต จึงจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อมิให้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นหมดไปอย่างรวดเร็ว เพราะในการอนุรักษ์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทั้งในเมืองและชนบท ดังนั้น ในการวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด จะต้องไม่แยกมนุษย์ออก จากสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม หรือสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ                            
อ้างอิงจาก http://tummachatsingwadlom.igetweb.com/articles/267464/การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ.html

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

     สิ่งแวดล้อม คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมทั้งที่เป็นรูปธรรม (สามารถจับต้องและมองเห็นได้) และนามธรรม (ตัวอย่างเช่นวัฒนธรรมแบบแผน ประเพณี ความเชื่อ) มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกัน เป็นปัจจัยในการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ผลกระทบจากปัจจัยหนึ่งจะมีส่วนเสริมสร้างหรือทำลายอีกส่วนหนึ่ง อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ สิ่งแวดล้อมเป็นวงจรและวัฏจักรที่เกี่ยวข้องกันไปทั้งระบบ

    มนุษย์มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างแนบแน่นในอดีตปัญหาเรื่องความสม ดุลย์ของธรรมชาติตามระบบนิเวศยังไม่เกิดขึ้นมากนัก ทั้งนี้เนื่องจากผู้คนในยุคต้น ๆ นั้น มีชีวิตอยู่ใต้อิทธิพลของธรรมชาติ ความเปลี่ยนแปลงทางด้านธรรมชาติและสภาวะแวดล้อมเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงอยู่ในวิสัยที่ธรรมชาติสามารถปรับดุลย์ของตัวเองได้  


ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมแบ่งออกเป็นลักษณะกว้าง ๆ ได้ 2 ส่วนคือ

  1. สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ ภูเขา ดิน น้ำ อากาศ 
  2. สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ชุมชนเมือง สิ่งก่อสร้างโบราณสถาน ศิลปกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม